Wat Sothornwararam woravihan: Scan to BIM for Heritage Building








ทำไมโครงการอนุรักษ์โบราณสถานต้องใช้ BIM?
หลายคนอาจเข้าใจว่า BIM เป็นเทคโนโลยีที่ใช้เฉพาะกับอาคารใหม่หรือโรงงานสมัยใหม่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง งานอนุรักษ์โบราณสถานกลับต้องการ Digital Twin ที่แม่นยำมากยิ่งกว่า เนื่องจากโครงสร้างเก่าอาจผ่านการบูรณะหลายครั้ง มีการเปลี่ยนแปลงจากแบบเดิม หรือแม้กระทั่ง “ไม่มีแบบแปลนดั้งเดิมเหลืออยู่”
โครงการวัดโสธรฯ จึงเลือกใช้ BIM เพื่อสร้างฐานข้อมูลอาคารแบบ As-Is ที่สะท้อนความจริง พร้อมต่อยอดสู่การอนุรักษ์อย่างมีระบบ

Scope of Work
- ใช้เทคนิคผสมผสานระหว่าง Drone 3D Scan และ Tripod Laser Scan
เพื่อเก็บข้อมูลพื้นที่ทั้งภายนอกและภายในอย่างครบถ้วน แม่นยำ ครอบคลุมถึงองค์ประกอบสถาปัตยกรรมละเอียด เช่น ลวดลายปูนปั้น และ งานสถาปัตยกรรมภายใน - ประมวลผล Point Cloud ด้วย Autodesk ReCap
เพื่อจัดการ Noise, ปรับ Alignment และรวมข้อมูลจากหลายแหล่งให้กลายเป็นชุดข้อมูลเดียวที่มีความต่อเนื่องและพร้อมใช้งาน - ขึ้นโมเดล BIM As-Is ด้วยเครื่องมือ BIM ที่ได้มาตรฐานอย่าง Autodesk Revit
โดยอ้างอิงจาก Point Cloud ที่ได้ เพื่อนำมาใช้สร้างแปลน, รูปตัด และ Elevation ที่ตรงกับอาคารจริงในปัจจุบันแบบ 100% - ครอบคลุมการทำโมเดลตั้งแต่ฐานอาคารจนถึงยอดเจดีย์
เพื่อให้ได้โมเดลสมบูรณ์ทั้งมิติด้านโครงสร้างและสถาปัตยกรรม รองรับการใช้งานทั้งด้านการอนุรักษ์และการต่อยอดสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล เช่น 3D Walkthrough ที่สามารถเข้าชมได้บน website

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
โมเดล BIM ที่ได้ไม่เพียงเป็นแบบจำลองที่สวยงาม แต่ยังกลายเป็น Digital Archive สำหรับการอนุรักษ์ระยะยาว หน่วยงานราชการ, ผู้รับผิดชอบอาคาร หรือเจ้าของอาคาร สามารถใช้โมเดลนี้สื่อสาร ทำงานร่วมกัน และตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของอาคารได้อย่างแม่นยำ
ไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถนำไปสร้าง Virtual Tour เพื่อเปิดให้ประชาชนทั่วโลกได้เข้าชมผ่านโลกดิจิทัลอย่างไม่มีข้อจำกัด วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ วัด โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ และอาคารประวัติศาสตร์อื่น ๆ ที่ต้องการเครื่องมือในการเชื่อมโยง "งานอนุรักษ์" กับ "การออกแบบซ่อมแซม" อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล
Our Projects
ตัวอย่างผลงานจากโครงการจริง ที่สะท้อนการใช้ BIM อย่างมืออาชีพในทุกขั้นตอนของงานก่อสร้าง







